ประโยชน์ของนมผึ้ง หรือ รอยัลเยลลี่ (Royal Jelly)

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, อาหารเสริม, วิตาจิเน่, vitagene

นมผึ้ง (Royal Jelly) เป็นแหล่งของสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์สำหรับมนุษย์

นมผึ้ง (Royal Jelly) มีทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงสารประกอบชีวเคมี เช่น เอนไซม์ เป็นต้น ได้มีการเปรียบเทียบสารอาหารของน้ำนมวัวกับนมผึ้ง (Royal Jelly) พบว่านมผึ้ง (Royal Jelly) มีปริมาณโปรตีนมากกว่านมวัวประมาณ 5 เท่า มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่าประมาณ 3 เท่า และมีปริมาณวิตามินที่มากกว่าในนมวัว

มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ลดปัญหาสิว ฝ้า กระ เสริมสร้างคอลลาเจนและชะลอการเกิดริ้วรอยได้

นมผึ้ง (Royal Jelly) มีไกลโคโปรตีน ช่วยให้ผิวหนังสดใส และไร้สิวฝ้า และไอโนซิทอล ซึ่งช่วยขจัดไขมันตกค้างในตับ ลดคอเลสเทอรอลในเส้นเลือด และยังเป็นสารต้านความเครียด และช่วยบำรุงรักษาเส้นผม ช่วยเสริมการสร้างคอลาเจน

นมผึ้ง (Royal Jelly) ช่วยลดความดันและน้ำตาลในเลือด

ในนมผึ้ง (Royal Jelly) มีอะเซทิลคอลีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นต่อระบบการทำงานของประสาทในมนุษย์ มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดจึงสามารถช่วยลดความดันเลือดได้ และมี สารมีฤทธิ์คล้ายอินซูลิน (ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

10-HDA ในนมผึ้ง (Royal Jelly) ฤทธิ์ต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งเชื้อดื้อยาต่างๆ และยังช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น

มีงานวิจัยพิสูจน์แล้วว่า กรด 10-HDA สามารถต้านการเจริญของแบคทีเรียทั้งแกรมบวก และแกรมลบ รวมทั้งเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะทั่วๆ ไป เช่น Proteus Vularis หรือ Pseudomonas aeruginosaโดยกรด 10-HDA มีประสิทธิภาพประมาณ 75% ของเพนนิซิลิน (penicilin) ฤทธิ์นี้จะหมดไปถ้าเก็บรักษานมผึ้งที่อุณหภูมิห้องนาน 30-40 วัน

10-HDA ยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีส่วนในการควบคุมกลไกในการผลิตเม็ดสีเมลานิน เมื่อเอนไซไทโรซิเนสน้อยน้อยลง ทำให้มีการผลิตเม็ดสีน้อยลง ผิวของเราจึงขาวขึ้น

นอกจากนี้นมผึ้ง (Royal Jelly) ยังมีคุณสมบัติในการเสริมการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมและป้องกันภาวะกระดูกพรุน ช่วยสร้างเม็ดเลือดและความแข็งแรงของกระดูกในเด็กเล็ก และคนสูงอายุ จะเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก และช่วยการสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์แข็งแรงขึ้น ช่วยดูดซับอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้น และช่วยรักษาบาดแผล และป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร

วิตาจิเน่ รอยัล เยลลี่ คิวเท็น พลัสซีอี เป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมคุณประโยชน์ของนมผึ้ง (Royal Jelly) จากผงรอยัลเยลลี่ไลโอฟิไลซ์ 300 มิลลิกรัม เทียบเท่ากับ 10-HDA 12 มิลลิกรัม เข้ากับ โคเอนไซม์คิวเท็น วิตามินซี และวิตามินอี ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น

โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) – ช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง  ช่วยเสริมการทำงานของหัวใจ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ส่งเสริมระบบคุ้มกันในร่างกาย

วิตามินอี (Vitamin E) ต่อต้านและปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ จากมลภาวะ และรังสี UVA UVB ช่วยทำให้แลดูอ่อนกว่าวัย โดยชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์

แวะมาพูดคุยกันได้ที่

Facebook : Vitagene Thailand

Line : @vitagenethailand

ขอบคุณข้อมูลจาก
– ประไพศรี  ศิริจักรวาล. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2537). “นมผึ้ง” [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มาhttp://www.inmu.mahidol.ac.th/th/knowledge/pdf/66.pdf (28 มกราคม 2551).
– วัฒนะ พีระพันธุ์. (2546). การผลิตรอยัลเยลลี. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร, พิษณุโลก.
– สุภาภรณ์  พงศกร. (2539). เกร็ดความรู้เรื่อง Royal jelly (นมผึ้ง). คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
– Fujii, A., Kobayashi, S., Kuboyama., N., Furukawa, Y., Kaneko, Y., Ishihama, S., Yamamoto, H. and Tamura, T. (1990). Augmentation of wound healing by royal jelly (RJ) in streptozotocin-diabatic rats. Journal of Pharmacology, 53(3), 331-337.
– Hidaka, S., Okamoto, Y., Uchiyama, S., Nakatsuma, A., Hashimoto, K., Ohnishi, S.T. and Yamaguchi, M. (2006). Royal jelly prevents osteoporosis in rats : Beneficial effects inovariectomy model and in bone tissue culture model. Evidence-based Complementary and Alternative Medicine, 3(3), 339-348.
– Mishima, S., Suzuki, K., Isohama, Y., Kuratsu, N., Araki, Y., Inoue, M. and Miyata, T. (2005). Royal jelly has estrogenic effect in vitro and in vivo. Journal of Ethnopharmacology, 101(1-3), 215-220.
– Miyata, K., Okamoto, S., Ushio, I., Iwaki, S., Ikeda, K. and Kurimoto, M. (2004). Identification of a collagen production- promoting factor from an extract of royal jelly and its possible mechanism. Bioscience Biotechnology and Biochemistry, 68(4), 767-773.
– Nakajin, S., Okiyama, K., Yamashita, S., Akiyama, Y. and Shinoda, M. (1982). Effect of royal jelly on experimental hyperchoresterolemia in rabbit. Yakugaku Zasshi, 36(1), 65-69.
– Shimoda, M., Nakajin, S., Oikawa, T., Sato, K., Kamogawa, A. and Akiyama, Y. (1978). Biochemical studies on vasodilative factor in royal jelly. Yakugaku Zasshi, 98(2), 139-145.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *